site

ประเมินพื้นที่สำคัญ 6 แห่งในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

Posted on 30 July 2009

Climate Change & Biodiversity Workshop, Century Park Hotel, July 20-21, Bangkok.

Assessing climate change vulnerability in the Greater Mekong Region

Climate Change & Biodiversity Workshop, Century Park Hotel, July, 20-21, Bangkok

Assessing climate change vulnerability in the Greater Mekong Region

Climate Change & Biodiversity Workshop, Century Park Hotel, July, 20-21, Bangkok

Assessing climate change vulnerability in the Greater Mekong Region

Climate Change & Biodiversity Workshop, Century Park Hotel, July, 20-21, Bangkok

เมื่อวันที่ 20-21 กรกฎาคม 2552 WWF Greater Mekong Programme ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการโดยมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยจากหน่วยงานภาครัฐ, ภาคการศึกษา, WWF และ NGO ที่เกี่ยวข้องกว่า 90 คน ร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เพื่อประเมินความสัมพันธ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศวิทยา และสังคมวิทยาที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญ 6 แห่ง อันได้แก่ ทะเลสาบเขมร (โตนเลสาบ)  สี่พันดรของลุ่มแม่น้ำโขงในลาว  เทือกเขาอันนัมในเวียดนาม ผืนป่าตะวันตกในไทย   ป่าที่ราบต่ำตะวันออกผืนใหญ่ในเขมร และแม่โขงเดลต้าในเวียดาม

เจฟฟรีย์ เบลท ผู้ประสานงานฝ่ายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ WWF Greater Mekong Programme กล่าวว่า คณะทำงานทั้ง 6 กลุ่ม มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอทางเลือกที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และรักษาระบบนิเวศในพื้นที่สำคัญดังกล่าว

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ทรัพยากรน้ำ และเศรษฐกิจในแถบภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง จากการศึกษาในภูมิภาคดังกล่าวพบว่า ภูมิอากาศบริเวณลุ่มแม่น้ำโขงกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยแบบจำลองแสดงให้เห็นว่าอุณหภูมิจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีความแปรปรวนของสภาพอากาศสูงมากขึ้น และแนวโน้มที่จะเกิดภัยทางธรรมชาติมีความถี่และทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรและการประมงลดลง โดยรายงานจากการประชุมคณะกรรมการนานาชาติว่าด้วยภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC – International Panel on Climate Change) กล่าวว่า การเพิ่มระดับของน้ำทะเลและภาวะน้ำทะเลหนุนจะทำให้เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อพื้นที่ชายฝั่งโดยเฉพาะที่ราบลุ่มปากแม่น้ำโขง ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของพื้นที่ปากแม่น้ำที่มีความเสี่ยงสูงมากที่สุดในโลก

เจฟฟรี่ เบลท ยังกล่าวอีกว่า ผลกระทบนี้จะส่งผลต่อคนที่อาศัยอยู่แถบภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงที่มีความเป็นอยู่สัมพันธ์กับระบบนิเวศซึ่งเกิดความเปลี่ยนแปลงความหลากหลายทางชีวภาพอย่างรวดเร็วและผิดธรรมชาติ
 

 

@import url('http://s3.amazonaws.com/getsatisfaction.com/feedback/feedback.css');