โครงการอนุรักษ์โลมาในอ่าวไทยตอนใน

ความเป็นมา
" โครงการอนุรักษ์โลมาในอ่าวไทยตอนใน " เป็นโครงการภายใต้ความร่วมมือระหว่าง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.), WWF ประเทศไทย, และ บริษัท กัลฟ์อิเล็กตริก จำกัด (มหาชน) พื้นที่ศึกษาอยู่บริเวณปากแม่น้ำสายหลักในอ่าวไทยตอนใน ได้แก่ บางปะกง เจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง จนถึงบางตะบูน (แม่น้ำเพชรบุรี) ครอบคลุมจังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และจังหวัดเพชรบุรี รวมระยะทางตลอดชายฝั่งยาว 350 กิโลเมตรจากการสำรวจของศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน ในช่วงปี 2547 ถึงต้นปี 2550 พบโลมาและวาฬที่พบในชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ได้แก่
- โลมาอิรวดี ( Irrawaddy Dolphin )
- โลมาหลังโหนก ( Hump-backed Dolphin )
- โลมาหัวบาตรหลังเรียบ ( Finless Porpoise )
- วาฬบรูด้า ( Bryde's Whale )
- โลมาปากขวด ( Bottle nose Dolphin )
- วาฬเพฌชฆาตแคระ ( Pygmy Killer Whale )
ติดต่อขอทราบข้อมูล
คุณสายสุนีย์ จักษุอินทร์
ผู้จัดการโครงการอนุรักษ์โลมาในอ่าวไทยตอนในฝ่ายทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง
WWF ประเทศไทย
104 อาคารเอ้าท์รีช ภายในสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย
ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง
จังหวัดปทุมธานี 12120
โทร, แฟกซ์:
02 - 709 – 5969
e-mail: saisuneec@ wwfgreatermekong.org
ผู้จัดการโครงการอนุรักษ์โลมาในอ่าวไทยตอนในฝ่ายทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง
WWF ประเทศไทย
104 อาคารเอ้าท์รีช ภายในสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย
ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง
จังหวัดปทุมธานี 12120
โทร, แฟกซ์:
02 - 709 – 5969
e-mail: saisuneec@ wwfgreatermekong.org
โลมาหลังโหนก พบบริเวณแหล่งที่เป็นน้ำกร่อยปากแม่น้ำ เช่น บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร และบริเวณชายฝั่งทะเล จังหวัดสมุทรสาคร มักพบมีการรวมฝูงขนาดเล็กประมาณ 1-3 ตัว
โลมาหัวบาตรหลังเรียบ พบบริเวณชายฝั่งทะเล จังหวัดเพชรบุรี 2-3 ตัว และจากการศึกษาของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพบว่า มีการแพร่กระจายเพียงตามแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทย บริเวณที่พบมาก จะเป็นบริเวณด้านทิศตะวันออก(บริเวณจังหวัดตราด) และด้านทิศตะวันตก (ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไป) แต่บริเวณอ่าวไทยรูปตัว ก สามารถพบได้น้อยกว่า
วาฬบรูด้า พบตามแนวชายฝั่งทะเล จังหวัดเพชรบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม
ครั้งละ 1-3 ตัว ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ถึงเดือนตุลาคม
ส่วนโลมาปากขวดและวาฬเพฌชฆาตแคระพบเป็นเพียงซากเกยตื้นในแม่น้ำปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี และอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ตามลำดับ
การปรากฎตัวของโลมาและวาฬ ถือเป็นการยืนยันถึงความอุดมสมบูรณ์ของปากแม่น้ำสายต่างๆ ที่ไหลลงสู่อ่าวไทย โดยที่หลายแห่งยังคงมีป่าชายเลนที่คงความสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นแหล่งอนุบาลและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งที่สำคัญของประเทศไทย รวมถึงเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของโลมา แต่ผลจากการกิจกรรมทางทะเลและขยายตัวของชุมชนและพื้นที่อุตสาหกรรมส่งผลให้คุณภาพน้ำมีแนวโน้มเสื่อมโทรมอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นเรื่องที่เราควรจะต้องหาข้อมูลและศึกษาอย่างจริงจัง ทั้งในด้าน ชีววิทยาของโลมาและวาฬ ปัญหาการเกยตื้น ตลอดจนการสำรวจจำนวนประชากร การอพยพเคลื่อนย้ายถิ่น รวมถึงภัยคุกคามของโลมาบริเวณอ่าวไทยตอนใน เพื่อเป็นฐานข้อมูลนำไปสู่การจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืนต่อการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งในด้านต่างๆ ต่อไป
